รายละเอียดเอกสาร
ชื่อเรื่อง ผลของความเข้มแสงต่อการเติบโตและตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสง ของกล้าไม้ป่ายืนต้น
ผู้แต่ง สุริวรรณ มูลจันทร์, นิสา เหล็กสูงเนิน, สุวิมล อุทัยรัศมี, บุญธิดา ม่วงศรีเมืองดี
ปีที่เผยแพร่ 2560
รูปแบบการเผยแพร่ วารสาร
บรรณานุกรม สุริวรรณ มูลจันทร์, นิสา เหล็กสูงเนิน, สุวิมล อุทัยรัศมี และ บุญธิดา ม่วงศรีเมืองดี. 2560. ผลของความเข้มแสงต่อการเติบโตและตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสงของกล้าไม้ป่ายืนต้น. ใน วารสารวนศาสตร์ 36 (2) : 12-23.
พรรณไม้มีค่าที่เกี่ยวข้อง ตะเคียนทอง พะยูง สัก
วิชาการที่เกี่ยวข้อง การปลูก
การเติบโต/ผลผลิต
การฟื้นฟูพื้นที่/การอนุรักษ์ดินและน้ำ
สรุปย่อบทความ

การเติบโตและการวัดค่าที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ด้วยแสงในกล้าไม้ป่า 3 ชนิด ได้แก่ ตะเคียนทอง (Hopea odorata Roxb.) พะยูง (Dalbergia cochinchinensis Pierre) และสัก (Tectona grandis L.f) ที่ปลูกในกระถางพลาสติกสีดำ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 เซนติเมตร ภายใต้ความเข้มแสงร้อยละ 100 (แสงเหนือเรือนยอด) ร้อยละ 40 (แสงภายใต้เรือนยอด ร่มไม้ใหญ่) และร้อยละ 10 (แสงบนพื้นป่า) บริเวณโรงเรือนคณะวนศาสตร์ เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการเติบโต ปริมาณและประสิทธิภาพของคลอโรฟิลล์ที่ส่งผลโดยตรงต่อการสร้างอาหารของพืช และพื้นที่ผิวใบ จำเพาะที่เกิดจากการปรับตัวภายใต้ความเข้มแสง 3 ระดับ เปรียบเทียบในกล้าไม้ทั้ง 3 ชนิด และ 2) นำข้อมูลมาเป็นพื้นฐาน ในการจัดการพื้นที่ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติจากการถูกทำลาย หรือการปลูกเสริมในพื้นที่ที่ต้องการความหลากหลายทาง ธรรมชาติ กล้าไม้ทั้ง 3 ชนิดมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดเมื่อได้รับแสงเต็มที่ (ร้อยละ 100) และสักยังสามารถเติบโต ในสภาพความเข้มแสงปานกลาง (ร้อยละ 40) โดยกล้าไม้ทั้ง 3 ชนิดมีการเติบโตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับความเข้มแสงต่ำสุด (ร้อยละ 10) ส่วนปริมาณคลอโรฟิลล์มีแนวโน้มลดลงเมื่อความเข้มแสงสูงในทุกชนิด ใน ขณะที่ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์ด้วยแสงนั้นผันแปรภายในชนิด โดยตะเคียนทองมีปริมาณคลอโรฟิลล์สูงกว่า พะยูงและสัก แต่คลอโรฟิลล์ในกล้าสักมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์ด้วยแสงสูงกว่ากล้าพะยูงและตะเคียนทอง และเมื่อพิจารณาพื้นที่ผิวใบจำเพาะ พบว่า ใบปรับตัวให้บางลงเพื่อรับแสงเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มแสงลดลง โดยรวม แล้วกล้าพะยูงมีการเติบโตดีกว่าตะเคียนทองและสักเมื่ออยู่ในสภาพแสงที่จำกัดมาก (ร้อยละ 10) จึงเหมาะที่จะปลูก ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความหลากหลายในพื้นที่ที่มีไม้อื่นขึ้นอยู่ก่อนแล้วอย่างหนาแน่น ในขณะที่ตะเคียนทองนั้นเหมาะ ที่จะปลูกเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลายและเปิดโล่ง ส่วนสักเหมาะที่จะปลูกภายหลังการปลูกตะเคียนทอง ทั้งนี้เพื่อให้ มีร่มเงาเล็กน้อยซึ่งเหมาะสมกับการเติบโตของสัก


แนะนำพรรณไม้

ฝ่ายวิจัยการปลูกสร้างสวนป่า ส่วนวนวัฒนวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้
61 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 02-561-4292 ต่อ 5408
อีเมล [email protected]

มีการใช้งานตรวจสอบพื้นที่แล้ว 20,232 ครั้ง