ลักษณะทั่วไป
ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. แผ่นก้านใบรูปขอบขนาน โค้ง ปลายเรียวแหลมทั้ง 2 ด้าน ยาว 8–20 ซม. เส้นใบเรียงขนานกันตามยาว 3–4 เส้น ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ยาว 4–10 ซม. ช่อดอกย่อยแบบช่อกระจุก ดอกไร้ก้าน กลีบเลี้ยงยาว 0.5–1 มม. ขอบจัก กลีบดอกโค้งลง ยาว 1.5–2 มม. เกสรเพศผู้สีเหลือง ก้านชูอับเรณูยาว 2.5–4 มม. รังไข่มีขนละเอียด ฝักแบน กว้าง 1–1.5 ซม. ยาว 6–7 ซม. บิดม้วนเป็นวง ฝักอ่อนมีนวล มี 5–12 เมล็ด รูปไข่หรือรูปรี ยาว 4–6 มม.
การกระจายพันธุ์
มีถิ่นกำเนิดในปาปัวนิวกินีและออสเตรเลีย นำเข้ามาปลูกเป็นสวนป่าเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำกระดาษ บำรุงดิน และฟื้นฟูสภาพป่า
ปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสม
สามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ในหลายสภาพท้องที่ เป็นพันธุ์ไม้ที่ต้องการแสงแดดอย่างเต็มที่ เราสามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ขึ้นได้ในที่ราบและสภาพดินหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ดินลูกรัง หรือดินที่ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ แต่สภาพดินที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญเติบโต คือ ดินร่วนปนทรายที่เป็นกรดเล็กน้อย
การปลูกและการดูแลรักษา
การปลูก นิยมปลูกด้วยต้นกล้าที่ได้จากการเพาะเมล็ด ควรปลูกในช่วงฤดูฝน ช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ไม่ควรปลูกหลังฤดูฝนช่วงหลังเดือนตุลาคมไปแล้ว เพราะโอกาสที่ต้นกล้าจะปลูกติด และตั้งตัวให้รอดในช่วงฤดูแล้งของปีถัดไปได้ยาก
การปลูกในช่วงแรกบางวันอาจฝนไม่ตก อาจจำเป็นต้องให้น้ำบ้างหากฝนทิ้งช่วงนานจนหน้าดินแห้ง แต่โดยส่วนมากการปลูกในฤดูฝนจะทำให้กล้าสามารถรอด และเติบโตเกือบทุกต้น โดยหลังจากที่ต้นกล้าผ่านหน้าแล้งไปแล้วต้นกล้าจะอาศัยน้ำฝน และความชื้นในดินก็สามารถเติบโตได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้น้ำอีก การใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยร่วมด้วยกับการไถพรวนหน้าดิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์ ไม้กระถินอายุน้อยกว่า 5 ปี ตัดให้โรงงานทำเยื่อ กระดาษ ไม้กระถินอายุ 5 ปีขึ้นไป สามารถนำมา แปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์โต๊ะเก้าอี้และเครื่องใช้ต่างๆ ไม้กระถินอายุ 8 ปีขึ้นไป แปรรูปเป็นไม้สำหรับบ้าน